-สถานพยาบาลเกษมเวชกรรม- หมอแมะเมืองนนท์
ภาวะมีบุตรยาก
การแมะคืออะไร
สมุนไพรจีน
หมอสุพจณ์ หมอเกษม หมออภิรักษ์

ปัญหาของผู้หญิง

ประจำเดือนของคุณปกติหรือเปล่า???


        คุณเคยมีอาการอย่างนี้บ้างหรือไม่ ปวดประจำเดือนมาก มีอาการหนาวร้อน โลหิตจาง  เลือดลมไม่ดี  เจ็บชายโครง  ประจำเดือนเป็นก้อนสีดำ  บางคนมีน้อย ตกขาวมากและร้อนใน  บางคนมาไม่แน่นอน มา ๆ หยุด ๆ หรือมาไม่ยอมหยุด จนทำให้อ่อนเพลีย หน้าซีด ตลอดจนเป็นไข้ทับฤดู (ประจำเดือนมาแล้วมีไข้ หนาว ๆ ร้อน ๆ) 

สาวคนไหนไม่มีทุกข์เรื่องเกี่ยวกับ  ประจำเดือน จงภูมิใจได้ว่าชีวิตนี้โชคดีมาก เพราะยังมีสาวๆ อีกมากที่เป็นทุกข์รายเดือน บ้างมาน้อยไป มากไป มีแล้วหงุดหงิด เห็นอะไรขวางหูขวางตาไปหมด (เพราะระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงเป็นเหตุบางคนก็ปวดท้อง ตั้งแต่ปวดนิดหน่อยไปจนถึงปวดจนตัวโก่งตัวงอ บางคนถึงกับนอนซมทำงานไม่ได้เลยก็มี  ไม่ว่าจะเป็นวันมามาก มาน้อย หรือไม่มาเลย หรือมีอาการปวดต่างๆ แถมให้ ระหว่างมีประจำเดือน ล้วนมีทั้งที่เป็นอาการปกติ และแบบที่ผิดปกติ คุณคงต้องลองสังเกตดูว่าแบบที่คุณเป็นนั้นเป็นแบบไหน อย่างไรกัน

 

 

 ประจำเดือนขาดเกิดจากอะไร ???

สูตินรีแพทย์ได้จัดลำดับขั้นตอนของการขาดประจำเดือนนี้ไว้เป็น 2 ระดับ คือ

1. ระดับปฐมภูมิ (PrimaryAmenorrhea) คือการที่ไม่มีประจำเดือนมาเลย เมื่อถึงวัยแรกสาว โดยทั่วไปแพทย์จะถือว่าผิดปกติ  ถ้าอายุ 14 ปีแล้วยังไม่มีพัฒนาการทางเพศ และไม่มีประจำเดือน หรือมีพัฒนาการทางเพศแล้ว เช่นมีหน้าอกแต่ไม่มีประจำเดือนเมื่ออายุ 16 ปีขึ้นไป

2. ระดับทุติยภูมิ (Secondary Amenorrhea)   คือ  การที่คุณเคยมีประจำเดือนเป็นปกติมาก่อน แต่อยู่ดีๆ ก็มีอันต้องขาดๆ หายๆ มาบ้างไม่มาบ้าง ติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 3 รอบเดือน ซึ่งโดยปกติแล้วช่วงเวลาที่ผู้หญิงเราจะขาดประจำเดือนมีอยู่ 4 ช่วงด้วยกัน คือ

  

  • ช่วงวัยแรกรุ่นหลังมีประจำเดือนใหม่ ๆ
  • เมื่อคุณตั้งครรภ์
  • เมื่ออยู่ในช่วงให้นมบุตร
  • เมื่ออยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน (เมโนพอส)

นอกจากนี้แล้วอาจจะเกิดจากสาเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งเหล่านี้

  • การออกกำลังกายมาก หรือเหนื่อยเกินไป
  • ความเครียด
  • น้ำหนักตัวน้อยเกินไป
  • มีอาการป่วยเรื้อรัง เช่น เบาหวาน
  • มีระดับฮอร์โมนไม่สมดุล จากอาการผิดปกติต่างๆ เช่น มีซีสต์ในรังไข่

 

 อาการปวดท้องระหว่างมีประจำเดือน

 

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มักจะไม่สบายตัวเสมอเมื่อถึงวันนั้นของเดือน ก็คงไม่แปลกนักเพราะสาวๆ กว่าครึ่งค่อนโลกที่อยู่ในวัยมีประจำเดือน มักจะเกิดอาการปวดเนื้อเมื่อยตัว โดยเฉพาะปวดบริเวณท้องน้อย หรือเป็นตะคริว ซึ่งมักจะเป็นมากในช่วงวันแรกๆ หากโชคดีหน่อยอาจเป็นเพียง 1-2 วันก็หาย หรือปวดตลอดช่วงเวลามีประจำเดือนเลยก็มี
  บางคนยังมีอาการเกี่ยวเนื่องด้วย เช่น ปวดหัว คลื่นไส้ ท้องผูก ท้องร่วง บางครั้งอาจถึงกับอาเจียนได้ ตัวการสำคัญคือเจ้าฮอร์โมน Prostaglandins เป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่ผลิตโดยเซลล์ในเยื่อบุมดลูก Prostaglandins นี้จะเป็นตัวที่คอยควบคุมและกระตุ้นมดลูกให้หดเกร็งระหว่างที่กำลังมีประจำเดือน หรือระหว่างคลอดบุตร การหดเกร็งของมดลูกทำให้เราเจ็บปวด และขณะที่กล้ามเนื้อมดลูกหดตัวจะกดเส้นเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก เนื้อเยื่อได้รับเลือดมาเลี้ยงไม่เพียงพอ จึงมีอาการปวดมากขึ้น อาการปวดประจำเดือนแบบนี้มี 2 ระดับเช่นกันคือ


1.ระดับปฐมภูมิ (PrimaryDysmenorrhea)
  อาการปวดที่เกิดจากการหดเกร็งตัวของมดลูก  ปวดไม่มากแต่ชวนหงุดหงิด    รำคาญตัว    โดยฮอร์โมน  Prostaglandins  เป็นเหตุ  ไม่มีสาเหตุร้ายแรงอื่นๆ  แพทย์ว่าปวดเช่นนี้ถือเป็นปกติ ยกเว้นรายที่มีอาการปวดมากๆ อาจต้องให้ยาบรรเทาปวดช่วยด้วย
2.ระดับทุติยภูมิ (SecondaryDysmenorrhea)
  อาการปวดอีกระดับหนึ่งที่มักจะรุนแรงกว่าแบบแรก  ซึ่งมักมีสาเหตุจากความผิดปกติทางสูตินรีเวชบางอย่าง    เช่น    เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือ Endometriosis (เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด)
       • ปีกมดลูกอักเสบ
       • เนื้องอกในมดลูก 
       • คอมดลูกแคบ ทำให้เลือดประจำเดือนไหลไม่สะดวก

 

 

 มีประจำเดือนออกมามากเกินไปหรือเปล่า??

 

บางคนเสียเลือดมากกว่า 80 มล.ต่อครั้ง ขณะที่ทั่วๆ ไปจะเสียเลือดเพียง 30-60 มล. ซึ่งจำเป็นต้องหาสาเหตุ ที่ทำให้เลือดประจำเดือนออกมากเกินไป ได้แก่
        • ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย 
        • เกิดมีเนื้องอก ที่กล้ามเนื้อมดลูกหรือคอมดลูก 
        • เยื่อบุมดลูกอักเสบ จากเชื้อแบคทีเรีย 
        • เกิดซีสต์ในรังไข่ 
        • มีความผิดปกติเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์


นอกจากนี้คุณผู้หญิงที่มีน้ำหนักตัวมาก มีลูกมาแล้วหลายคน คนที่มักจะเครียด หดหู่ ซึมเศร้า สูบบุหรี่จัด หรือดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป ก็มีโอกาสที่ประจำเดือนของคุณจะมามากเกินปกติได้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม หากพบว่าคุณมีเลือดออกมากเกินไป ควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อให้วินิจฉัยอาการ รับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมจะดีที่สุด เพราะสาเหตุของความผิดปกติของประจำเดือนที่ต่างกัน ก็ต้องใช้การรักษาต่างๆ กันออกไป เมื่อพบสาเหตุก็ควรจัดการแต่เนิ่นๆ อย่ามัวรีรอหรือกลัวหมออยู่เลย และนอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายเป็นประจำ ก็จะช่วยให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงได้ครับ

ที่สถานพยาบาลเกษมเวชกรรม มีคุณหมอที่มีประสบการณ์การตรวจแมะมามากกว่า 30 ปี เข้าใจปัญหาของโรคต่างๆ อย่างถ่องแท้ สำหรับคุณผู้หญิงที่มีปัญหาดังกล่าว สามารถรักษาให้หายขาดได้

ทางสถานพยาบาลยินดีให้ ตรวจแมะฟรี!!! และ ให้คำปรึกษาฟรี!!! 

โทร. 02-969-7667-8 , 02-527-1289 (หยุดทุกวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 9:00-19:00น.
Facebook: www.facebook.com/kasemwet
Line id: @kasemwet